ธรรมะดี ๆ

พระอรหันต์ในประเทศไทย

เรื่องของหลวงปู่หลุย จันทสาโรมีอยู่ครั้งหนึ่ง หลวงปู่หลุยท่านได้มาพักที่วัดดอยแม่ปั๋ง
กะว่าจะอยู่กับหลวงปู่แหวนไปสักพักนึงก่อน
เพราะว่าเป็นคนจังหวัดเลยด้วยกัน
พออยู่ต่อมาหลวงปู่หลุยได้ยินข่าวว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จมากราบหลวงปู่แหวน
หลวงปู่หลุยได้ยินดังนั้นก็รีบไปอยู่ที่อื่น ไปอยู่ที่อำเภอแม่แตง
หลวงปู่หลุยท่านกลัวพูดกับพระราชามหากษัตริย์ไม่เป็นหลวงปู่หลุยท่านพูดว่า
“พูดกับพระราชาไม่เป็น นี่คอขาดบาดตายนะเรา
เป็นพระป่าพระดงไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร”ท่านพูดเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมากราบหลวงปู่แหวนแล้วหลวงปู่แหวนท่านก็พูดกับในหลวงว่า
“ท่านหลุยก็มาอยู่นี่แหละ แต่หนีไปอยู่ที่แม่แตงแล้ว
กลัวพูดกับพระราชามหากษัตริย์ไม่เป็น
กลัวคอขาดบาดตาย ว่าอย่างนั้น”สมเด็จพระราชินีก็พูดออกมาว่า
“ไม่เป็นอย่างนั้นดอกพระเจ้าข้า
พวกดิฉันไม่ได้ถือยศฐาบรรดาศักดิ์อะไรหรอกเจ้าข้า
พูดแบบนี้เป็นกันเองนี้แหละเจ้าข้า”

แล้วพระราชินีก็พูดกับหลวงปู่แหวนว่า
“เมื่อดิฉันกลับจากที่นี้ไปแล้ว
จะไปกราบหลวงปู่หลุยให้ได้ ไม่ต้องกลัวเจ้าข้า”

ในหลวงท่านเสด็จมากราบหลวงปู่แหวนแต่ละครั้ง
ตั้งแต่บ่ายสองโมง จนถึงหนึ่งทุ่มสองทุ่มเป็นประจำ
การเสด็จมาวัดดอยแม่ปั๋งแต่ละครั้ง ถือเป็นการส่วนตัวพระองค์เอง

ครั้นต่อมาสมเด็จพระราชินีได้ให้ราชเลขาไปตามหาหลวงปู่หลุย
ว่าท่านอยู่ที่ไหน ก็ทราบว่าหลวงปู่หลุยท่านไปพักอยู่ที่วัดหลวงปู่ตื้อ
หรือว่าวัดพระอาจารย์เปลี่ยน ผู้เขียนก็จำไม่ค่อยได้
สมเด็จพระราชินีก็ได้เสด็จไปกราบหลวงปู่หลุย
ตั้งแต่นั้นมาหลวงปู่หลุยก็ได้เข้าๆ ออกๆ อยู่กับพระราชวังตลอดมา
ตราบเท่าหลวงปู่หลุยมรณภาพ

อันนี้คือด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม
ที่เป็นพระมหากษัตริย์ไทยของเรา
ได้เข้าไปถึงประชาชนทุกที่ทุกแห่งหนตำบลใดก็ตาม
มีพระเจ้าพระสงฆ์ที่ท่านได้ประพฤติปฏิบัติ
อยู่ในป่าในเขาที่ไหนๆ ก็ตาม ท่านก็ย่อมเข้าถึงที่ทุกๆ แห่ง

คัดบางตอนมาจาก : หนังสือชีวประวัติหลวงพ่อทวี จิตฺตคุตฺโต
วัดป่าอรัญญวิเวก (ป่าลัน) ต.ปงน้อย กิ่ง อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย

รูปภาพ : เรื่องของหลวงปู่หลุย จันทสาโร </p><br /><br /><br /><br />
<p>มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลวงปู่หลุยท่านได้มาพักที่วัดดอยแม่ปั๋ง<br /><br /><br /><br /><br />
กะว่าจะอยู่กับหลวงปู่แหวนไปสักพักนึงก่อน<br /><br /><br /><br /><br />
เพราะว่าเป็นคนจังหวัดเลยด้วยกัน<br /><br /><br /><br /><br />
พออยู่ต่อมาหลวงปู่หลุยได้ยินข่าวว่า<br /><br /><br /><br /><br />
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จมากราบหลวงปู่แหวน<br /><br /><br /><br /><br />
หลวงปู่หลุยได้ยินดังนั้นก็รีบไปอยู่ที่อื่น ไปอยู่ที่อำเภอแม่แตง<br /><br /><br /><br /><br />
หลวงปู่หลุยท่านกลัวพูดกับพระราชามหากษัตริย์ไม่เป็น </p><br /><br /><br /><br />
<p>หลวงปู่หลุยท่านพูดว่า<br /><br /><br /><br /><br />
“พูดกับพระราชาไม่เป็น นี่คอขาดบาดตายนะเรา<br /><br /><br /><br /><br />
เป็นพระป่าพระดงไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร”</p><br /><br /><br /><br />
<p>ท่านพูดเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมากราบหลวงปู่แหวนแล้ว </p><br /><br /><br /><br />
<p>หลวงปู่แหวนท่านก็พูดกับในหลวงว่า<br /><br /><br /><br /><br />
“ท่านหลุยก็มาอยู่นี่แหละ แต่หนีไปอยู่ที่แม่แตงแล้ว<br /><br /><br /><br /><br />
กลัวพูดกับพระราชามหากษัตริย์ไม่เป็น<br /><br /><br /><br /><br />
กลัวคอขาดบาดตาย ว่าอย่างนั้น”</p><br /><br /><br /><br />
<p>สมเด็จพระราชินีก็พูดออกมาว่า<br /><br /><br /><br /><br />
“ไม่เป็นอย่างนั้นดอกพระเจ้าข้า<br /><br /><br /><br /><br />
พวกดิฉันไม่ได้ถือยศฐาบรรดาศักดิ์อะไรหรอกเจ้าข้า<br /><br /><br /><br /><br />
พูดแบบนี้เป็นกันเองนี้แหละเจ้าข้า”</p><br /><br /><br /><br />
<p>แล้วพระราชินีก็พูดกับหลวงปู่แหวนว่า<br /><br /><br /><br /><br />
“เมื่อดิฉันกลับจากที่นี้ไปแล้ว<br /><br /><br /><br /><br />
จะไปกราบหลวงปู่หลุยให้ได้ ไม่ต้องกลัวเจ้าข้า”</p><br /><br /><br /><br />
<p>ในหลวงท่านเสด็จมากราบหลวงปู่แหวนแต่ละครั้ง<br /><br /><br /><br /><br />
ตั้งแต่บ่ายสองโมง จนถึงหนึ่งทุ่มสองทุ่มเป็นประจำ<br /><br /><br /><br /><br />
การเสด็จมาวัดดอยแม่ปั๋งแต่ละครั้ง ถือเป็นการส่วนตัวพระองค์เอง</p><br /><br /><br /><br />
<p>ครั้นต่อมาสมเด็จพระราชินีได้ให้ราชเลขาไปตามหาหลวงปู่หลุย<br /><br /><br /><br /><br />
ว่าท่านอยู่ที่ไหน ก็ทราบว่าหลวงปู่หลุยท่านไปพักอยู่ที่วัดหลวงปู่ตื้อ<br /><br /><br /><br /><br />
หรือว่าวัดพระอาจารย์เปลี่ยน ผู้เขียนก็จำไม่ค่อยได้<br /><br /><br /><br /><br />
สมเด็จพระราชินีก็ได้เสด็จไปกราบหลวงปู่หลุย<br /><br /><br /><br /><br />
ตั้งแต่นั้นมาหลวงปู่หลุยก็ได้เข้าๆ ออกๆ อยู่กับพระราชวังตลอดมา<br /><br /><br /><br /><br />
ตราบเท่าหลวงปู่หลุยมรณภาพ</p><br /><br /><br /><br />
<p>อันนี้คือด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม<br /><br /><br /><br /><br />
ที่เป็นพระมหากษัตริย์ไทยของเรา<br /><br /><br /><br /><br />
ได้เข้าไปถึงประชาชนทุกที่ทุกแห่งหนตำบลใดก็ตาม<br /><br /><br /><br /><br />
มีพระเจ้าพระสงฆ์ที่ท่านได้ประพฤติปฏิบัติ<br /><br /><br /><br /><br />
อยู่ในป่าในเขาที่ไหนๆ ก็ตาม ท่านก็ย่อมเข้าถึงที่ทุกๆ แห่ง </p><br /><br /><br /><br />
<p>คัดบางตอนมาจาก : หนังสือชีวประวัติหลวงพ่อทวี จิตฺตคุตฺโต<br /><br /><br /><br /><br />
วัดป่าอรัญญวิเวก (ป่าลัน) ต.ปงน้อย กิ่ง อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย
เวลา พิจารณา กาย เกี่ยวกับเรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา น้ัน เราจะว่า อนิจจัง หรือ ทุกขัง อนัตตา ก็ตาม เมื่อปัญญาได้สัมผัสสัมพันธ์กับรูปขันธ์นี้โดยชัดเจนแล้ว มันหากรู้ได้ภายในตัวของมันเอง เพราะ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นสิ่งที่จะพึงปล่อยวาง เป็นสิ่งที่พึง เบื่อหน่ายคลายความยินดี ไปโดยลำดับๆ แล้ว ปล่อยวาง เมื่อจิตพิจารณาเข้าใจเต็มที่แล้ว ก็ปล่อยวางเอง โดยไม่ต้องบังคับ เพราะเป็นความจริงอันหนึ่งๆ เท่านั้น ในกาย ในขันธ์ แต่ละส่วน แต่ละชิ้น ที่พิจารณานี้ เวลาพิจารณาลงไปอย่างชัดเจนแล้ว จิตก็แยกตัวออกได้โดยอัตโนมัติ เพราะความจริง ถึง ความจริง คือ จิตเป็นจิต อาการเหล่านั้นแต่ะละอาการ ก็เป็นอาการของตัวโดยลำพัง ไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับจิตเลย แม้จิต ก็ย้อนเข้ามาเห็นโทษของจิตเอง ที่ไปยึดไปถือไว้นั้นว่า “นี่มันหลงจริงๆ ความจริงมันเป็นอย่างนี้ อย่างนี้” นั่น ! นี่เป็นวาระหนึ่ง เมื่อยังไมขาดจากกัน คือ จิตยังไม่มีกำลังพอตัว มันรู้เป็นระยะอย่างนี้ไปก่อน การพิจารณาคราวหน้า ก็รู้อย่างนี้ ซึมซาบ ซึมซาบเข้าไปเรื่อยๆ จนความรู้ชั้นนี้พอตัว ก็ปล่อยวาง เหมือนจอกแหน ที่มันหุ้มเข้ามา หุ้มเข้ามา ปิดน้ำนั่นเอง เราเบิก เราแหวก จอกแหน ก็หุ้มเข้ามาอีก แหวกมันออกไปอีก ปัญญาเวลาพิจารณาบุกเบิกส่ิงเหล่านี้ หรือคลี่คลายส่ิงเหล่านี้ มันก็เป็นอย่างน้ั้น พอถอยปัญญาออกมา กิเลสส่วนละเอียดมันก็หุบเข้ามา แต่พิจารณาหลายครั้งหลายหนเข้า เรื่องจอกเรื่องแหน คือ กิเลสชนิดต่างๆ ก็เบาบางไป บางไป การพิจารณาในอาการเหล่านี้ ค่อยสะดวกขึ้น สะดวกขึ้น คล่องแคล่วขึ้นไปเรื่อยๆ และมีความละเอียดไปเป็นลำดับๆ จนกระทั่งถึงความพอตัว แล้วก็ถอนตนออกโดยอัตโนมัติ ดังที่อธิบายผ่านมาแล้ว นั่นแลหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
จากกัณฑ์เทศน์” เที่ยวกรรมฐานในกายนคร”

รูปภาพ : เวลาพิจารณา กาย เกี่ยวกับเรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา น้ัน เราจะว่า อนิจจัง หรือ ทุกขัง อนัตตา ก็ตาม เมื่อปัญญาได้สัมผัสสัมพันธ์กับรูปขันธ์นี้โดยชัดเจนแล้ว มันหากรู้ได้ภายในตัวของมันเอง เพราะ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นสิ่งที่จะพึงปล่อยวาง เป็นสิ่งที่พึงเบื่อหน่ายคลายความยินดี ไปโดยลำดับๆ แล้ว ปล่อยวาง เมื่อจิตพิจารณาเข้าใจเต็มที่แล้ว ก็ปล่อยวางเอง โดยไม่ต้องบังคับ เพราะเป็นความจริงอันหนึ่งๆ เท่านั้น ในกาย ในขันธ์ แต่ละส่วน แต่ละชิ้น ที่พิจารณานี้ เวลาพิจารณาลงไปอย่างชัดเจนแล้ว จิตก็แยกตัวออกได้โดยอัตโนมัติ เพราะความจริง ถึง ความจริง คือ จิตเป็นจิต อาการเหล่านั้นแต่ะละอาการ ก็เป็นอาการของตัวโดยลำพัง ไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับจิตเลย แม้จิต ก็ย้อนเข้ามาเห็นโทษของจิตเอง ที่ไปยึดไปถือไว้นั้นว่า "นี่มันหลงจริงๆ ความจริงมันเป็นอย่างนี้ อย่างนี้" นั่น ! นี่เป็นวาระหนึ่ง เมื่อยังไมขาดจากกัน คือ จิตยังไม่มีกำลังพอตัว มันรู้เป็นระยะอย่างนี้ไปก่อน การพิจารณาคราวหน้า ก็รู้อย่างนี้ ซึมซาบ ซึมซาบเข้าไปเรื่อยๆ จนความรู้ชั้นนี้พอตัว ก็ปล่อยวาง เหมือนจอกแหน ที่มันหุ้มเข้ามา หุ้มเข้ามา ปิดน้ำนั่นเอง เราเบิก เราแหวก จอกแหน ก็หุ้มเข้ามาอีก แหวกมันออกไปอีก ปัญญาเวลาพิจารณาบุกเบิกส่ิงเหล่านี้ หรือคลี่คลายส่ิงเหล่านี้ มันก็เป็นอย่างน้ั้น พอถอยปัญญาออกมา กิเลสส่วนละเอียดมันก็หุบเข้ามา แต่พิจารณาหลายครั้งหลายหนเข้า เรื่องจอกเรื่องแหน คือ กิเลสชนิดต่างๆ ก็เบาบางไป บางไป การพิจารณาในอาการเหล่านี้ ค่อยสะดวกขึ้น สะดวกขึ้น คล่องแคล่วขึ้นไปเรื่อยๆ และมีความละเอียดไปเป็นลำดับๆ จนกระทั่งถึงความพอตัว แล้วก็ถอนตนออกโดยอัตโนมัติ ดังที่อธิบายผ่านมาแล้ว นั่นแล </p>
<p>หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน<br />
จากกัณฑ์เทศน์" เที่ยวกรรมฐานในกายนคร"
รูปภาพ : ส่งจิตออกนอกกาย ทำให้เผลอสติ
กาลใดที่ขาดสติ กาลนั้นเรียกว่า ขาดความเพียร
ความไม่มีสติ ไม่มีการสำรวม
เป็นทางของกิเลสและบาปกรรม
เป็นทางของวัฏฏะล้วน ๆ

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
รูปภาพ : คนที่น่ากลัวที่สุด คือ .. คนที่ โลภ โกรธ หลง 
สามอย่างนี้ที่ทำให้คนเปลี่ยน โลกเปลี่ยน 
ใครมีมันมากเท่าไร ก็จะเปลี่ยนคนนั้นมากไปเท่านั้น 

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s